30 ปีแห่งการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง
ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิพัฒนาพื้นที่สูง/UHDF ได้เดินเคียงข้างชุมชนชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงของภาคเหนือประเทศไทย ด้วยความเชื่อมั่นว่า “การพัฒนาที่ยั่งยืน” ต้องเริ่มจากการเห็นคุณค่าในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การดูแลผืนป่าและลุ่มน้ำ และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่ชุมชนบริหารจัดการได้ด้วยตนเอง
จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง
ผมเดินทางมาประเทศไทยในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1994 เพื่อทำงานกับพี่น้องดาราอาง หลังจากเรียนภาษาไทยที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่แล้ว จึงย้ายไปทำงานที่อำเภอฝาง ต่อมาได้ร่วมก่อตั้งโครงการพัฒนาพื้นที่สูงในปี ค.ศ. 1996 เพื่อส่งเสริมการเกษตรยั่งยืน วนเกษตร ระบบน้ำภูเขา รวมถึงการพัฒนาสตรีและการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการช่วยให้ชาวบ้านเข้าถึงสัญชาติไทย ผมทำงานในประเทศไทยประมาณ 19 ปี และมีส่วนร่วมกับโครงการพัฒนาพื้นที่สูงประมาณ 15 ปี พร้อมความภูมิใจในทีมงานที่ทำงานเพื่อชุมชน และเป็นพยานถึงความรักและความยุติธรรมของพระเยซูคริสต์ผ่านการพัฒนา
Richard R. and Ellen H. Burnette(ผู้ก่อตั้งองค์กร)








30 ปี มูลนิธิพัฒนาพื้นที่สูง/UHDF: แห่งการพัฒนาชีวิต สร้างสิ่งแวดล้อม สร้างนวัตกรรมเพื่อก้าวต่อไป
ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิพัฒนาพื้นที่สูง/UHDF ได้เดินเคียงข้างชุมชนชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงของภาคเหนือประเทศไทย ด้วยความเชื่อมั่นว่า “การพัฒนาที่ยั่งยืน” ต้องเริ่มจากการเห็นคุณค่าในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การดูแลผืนป่าและลุ่มน้ำ และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่ชุมชนบริหารจัดการได้ด้วยตนเอง
จุดเริ่มต้นของเรื่องราวนี้ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2539 เมื่อครอบครัวมิชชันนารีชาวอเมริกัน อาจารย์ริคชาร์ท และอาจารย์เอเลน เบอร์เน็ตต์ จากคณะ Cooperative Baptist Fellowship ได้ก่อตั้ง “โครงการพัฒนาพื้นที่สูง” (UHDP) ภายใต้ มูลนิธิคริสเตียนบริการ (แบ๊บติสท์) สังกัด สภาคริสตจักรในประเทศไทย แม้จะไม่ได้เริ่มต้นด้วยทรัพยากรจำนวนมาก แต่เริ่มต้นด้วยหัวใจแห่งการรับใช้ และความเชื่อว่าชุมชนดาราอาง ลาหู่ อาข่า กะเหรี่ยง และคะฉิ่น ควรมีโอกาสพัฒนาชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี และมีสิทธิในการจัดการทรัพยากรบนผืนดินของตนเอง
ในทศวรรษแรก (พ.ศ. 2539–2549) งานขององค์กรเน้นการวางรากฐาน ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิทธิมนุษยชน มีการสร้างระบบน้ำประปาและแทงค์น้ำให้หลายชุมชน เพื่อให้เข้าถึงน้ำสะอาด ขณะเดียวกันยังเข้าไปช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ชาวบ้านที่ถูกดำเนินคดีเรื่องที่ดินและสถานะบุคคล จนหลายคดีได้รับการยกฟ้อง พร้อมผลักดันกระบวนการพิสูจน์สถานะบุคคล ทำให้ชาวดาราอางหลายพันคนได้รับการสำรวจข้อมูลและจำนวนมากได้รับสัญชาติไทยตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมีการก่อตั้งเครือข่ายชุมชนชาติพันธุ์ เพื่อเสริมพลังการรวมตัวและการปกป้องสิทธิของตนเองในระยะยาว
ทศวรรษที่สอง (พ.ศ. 2549–2559) เป็นช่วงของการขยายงานและการต่อสู้เชิงนโยบาย องค์กรได้ร่วมผลักดันโครงการหมู่บ้านมั่นคงชนบทจนได้รับงบประมาณจัดซื้อที่ดินและสร้างที่อยู่อาศัยที่มั่นคงให้ชุมชน มีการสร้างระบบน้ำเพิ่มเติมในหลายหมู่บ้าน และยังคงทำงานด้านสถานะบุคคลอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ช่วงปี 2557–2559 จากนโยบายทวงคืนผืนป่า ทำให้ชุมชนบางแห่งถูกยึดที่ดินทำกินจำนวนมาก องค์กรและเครือข่ายได้ยื่นร้องเรียนและติดตามอย่างใกล้ชิด จนสามารถเรียกคืนที่ดินส่วนหนึ่งกลับสู่ชุมชนได้ ในปี 2559 จึงเป็นทั้งปีแห่งความท้าทายและปีแห่งการฉลองครบรอบ 20 ปี พร้อมการมองสู่อนาคต
ก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่สาม (พ.ศ. 2560–2569) เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ องค์กรขยายพื้นที่ทำงานสู่ลุ่มน้ำต่าง ๆ ครอบคลุมหลายสิบชุมชน มีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ VSLA ส่งเสริมป่าชุมชน แปลงวนเกษตร และปลูกต้นไม้ และในปี 2564 โครงการพัฒนาพื้นที่สูง/UHDP ได้รับการยกระดับเป็น “มูลนิธิพัฒนาพื้นที่สูง/UHDF” อย่างเป็นทางการ เปิดบทใหม่ของการทำงานที่มีโครงสร้างมั่นคงยิ่งขึ้น ต่อมาได้ขยายงานไปยังลุ่มน้ำกก ลุ่มน้ำแม่ตาช้าง และลุ่มน้ำแม่ยางมิ้น ครอบคลุมชุมชนรวมหลายสิบแห่ง พร้อมผลลัพธ์ด้านการปลูกป่าและฟื้นฟูลุ่มน้ำอย่างเป็นรูปธรรม
ตลอด 30 ปี UHDF ดำเนินงานบน 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านเศรษฐกิจชุมชน ด้านสิทธิมนุษยชน และด้านสังคมจริยธรรม ในมิติสิ่งแวดล้อม มีการส่งเสริมเรือนเพาะชำ ปลูกป่าชุมชน ทำแปลงวนเกษตร และอนุรักษ์ดินน้ำ จนเกิดต้นไม้สะสมกว่า 3,511,283 ต้นใน 4 ลุ่มน้ำ ด้านเศรษฐกิจ มีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ VSLA รวม 86 กลุ่ม เสริมความมั่นคงทางอาหารและรายได้ ด้านสิทธิ มีการจัดทำแผนแม่บทชุมชน แผนที่ทรัพยากร และพัฒนาศักยภาพแกนนำเพื่อแก้ไขข้อพิพาทที่ดินอย่างสันติ ส่วนด้านสังคมและจริยธรรม องค์กรส่งเสริมหลักสูตรพัฒนาจิตวิญญาณที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ 5 มิติ เพื่อเสริมสร้างความสมดุลทั้งภายในและภายนอกของชีวิต
ผลสำเร็จสะสมของการดำเนินงานในพื้นที่ 5 ลุ่มน้ำ ครอบคลุมหลายชุมชนในอดีตอำเภอเชียงดาว ฝาง และแม่อาย ปัจจุบันประกอบด้วย กลุ่มออมทรัพย์ชุมชน 102 กลุ่ม คริสตจักร 86 แห่ง ป่าชุมชน 69 แปลง แปลงวนเกษตร 652 แปลง แปลงอนุรักษ์ดิน 149 แปลง และเรือนเพาะชำ 230 แห่ง รวมถึงการปลูกต้นไม้สะสมมากกว่า 3.5 ล้านต้นนอกจากนี้ ยังมีครอบครัวที่เข้าร่วมขับเคลื่อนงานรวม 1,281 ครอบครัว ครอบคลุมพื้นที่ 3 โรงเรียน และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิตของผู้คนมากกว่า 15,537 คน ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เพียงข้อมูลเชิงสถิติ แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของชีวิตผู้คน การฟื้นคืนของผืนป่า และความหวังที่หยั่งรากลึกในชุมชนอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สำนักงานมูลนิธิพัฒนาพื้นที่สูง ตำบลแม่นาวาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการจัดงานฉลองครบรอบ 30 ปี ภายใต้แนวคิด “30 ปีแห่งการพัฒนาชีวิต สร้างสิ่งแวดล้อม สร้างนวัตกรรมเพื่อก้าวต่อไป” มีผู้เข้าร่วมกว่า 206 คน ทั้งเจ้าหน้าที่ ภาคีเครือข่าย หน่วยงานรัฐ แหล่งทุน คณะกรรมการ และตัวแทนชุมชนจากทั้ง 4 ลุ่มน้ำ ภายในงานมีพิธีนมัสการ การนำเสนอผลงานผ่านวิดีโอและนิทรรศการ การแสดงวัฒนธรรมชาติพันธุ์ และเวทีสร้างความสัมพันธ์เพื่อการทำงานในอนาคต
สามทศวรรษที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า เมื่อความเชื่อในศักยภาพของชุมชน การดูแลสิ่งแวดล้อม และการยืนหยัดเพื่อสิทธิมนุษยชนเดินไปพร้อมกัน การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนย่อมเกิดขึ้นได้ และการเดินทางของ UHDF จะยังคงก้าวต่อไป เพื่อชีวิตที่มั่นคง ป่าที่สมบูรณ์ และสังคมที่เป็นธรรมสำหรับทุกคนบนพื้นที่สูงแห่งนี้.
ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิพัฒนาพื้นที่สูง ไม่ได้เป็นเพียงองค์กรพัฒนา แต่เป็น “พร” ที่หลั่งไหลสู่ผู้คนมากมาย และในขณะเดียวกันก็เป็นองค์กรที่ได้รับพระพรอย่างล้นเหลือจากพระเจ้าและภาคีเครือข่ายรอบด้าน เสียงสะท้อนจากเพื่อน พันธมิตร และผู้นำทางความเชื่อ ทั้งจากในประเทศไทยและต่างประเทศ ล้วนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า การได้เห็น UHDF เติบโตและเป็นพระพรแก่ชุมชนตลอดกว่า 30 ปี เป็นสิ่งที่น่ายินดีและเปี่ยมความหมายอย่างยิ่ง หลายข้อความสะท้อนความซาบซึ้งใจว่า การเดินทางของ UHDF คือการสร้างความหวังให้ผู้คนจำนวนมาก เป็นการรับใช้ที่เกิดผล เป็นการสร้างรากฐานแห่งความยั่งยืนบนพื้นที่สูง และเป็นแบบอย่างของการพัฒนาแบบองค์รวมที่พระเจ้าเป็นศูนย์กลาง บางท่านกล่าวว่าเป็น “เกียรติ” ที่ได้ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีในครั้งนี้ ขณะที่อีกหลายเสียงอธิษฐานขอให้พระเจ้าทรงนำ อวยพร และขยายพันธกิจให้ก้าวไกลยิ่งขึ้นในทศวรรษต่อไป
คำอวยพรจากเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความยินดี การหนุนใจให้ก้าวต่อไป หรือการขอบคุณผู้นำและทีมงาน ล้วนสะท้อนให้เห็นว่า 30 ปีของ UHDF ไม่ได้เดินลำพัง แต่เดินท่ามกลางความรัก ความร่วมมือ และความไว้วางใจจากผู้คนมากมาย
“Congratulations on 30 years of ministry! Blessings on your next 30 years.”
“May the Lord keep you moving up as you build hope for many.”
“Wishing continued growth and success in advancing sustainable highland development.”
“Love UHDF.”
ถ้อยคำเหล่านี้ไม่ใช่เพียงคำแสดงความยินดี แต่เป็นพลังใจ เป็นคำอธิษฐาน และเป็นการยืนยันว่า ผลกระทบของ UHDF ได้หยั่งรากลึกในชีวิตผู้คน ในผืนป่า และในเครือข่ายความสัมพันธ์ทั่วโลก สามสิบปีที่ผ่านมา คือบทพิสูจน์แห่งความซื่อสัตย์ในการรับใช้ และสามสิบปีข้างหน้า คือความหวังใหม่ที่กำลังเริ่มต้นอีกครั้ง ด้วยความเชื่อ ความรัก และความมุ่งมั่นที่จะสร้างชีวิต สร้างสิ่งแวดล้อม และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกันต่อไป
สารจากผู้อำนวยการ
“สามทศวรรษแห่งศรัทธา ป่า ผู้คน และการเปลี่ยนแปลงที่หยั่งราก”30 ปีที่ผ่านไป มิใช่เพียงเรื่องราวของเวลาหากคือบทบันทึกแห่งศรัทธาความเพียรและการเดินทางร่วมกันของผู้คนกับผืนป่าของชุมชนกับสิทธิและของความหวังกับอนาคตที่ยั่งยืนนับตั้งแต่วันที่มูลนิธิพัฒนาพื้นที่สูง/UHDFถือกำเนิดขึ้นจากจุดเล็กแห่งความฝันเราได้ยืนหยัดอยู่บนหลักการที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง“เข้าใจยืนเคียงและพัฒนาอย่างเคารพในรากเหง้า”ของกลุ่มเป้าหมายตลอดสามทศวรรษเราได้ร่วมกับพี่น้องชาติพันธุ์สร้างเส้นทางของการพึ่งตนเองเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากผ่านกลุ่มออมทรัพย์ปลูกป่าฟื้นฟูผืนป่าให้กลับมามีชีวิตสร้างพื้นที่แห่งความหวังและการเรียนรู้ให้กับเยาวชนและที่สำคัญเราได้ร่วมกันธำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของชุมชนในการจัดการทรัพยากรด้วยมือของตนเอง การเดินทางตลอด 30 ปีนี้ ไม่มีทางจะเกิดขึ้นได้โดยลำพัง หากปราศจากแรงศรัทธา ความเสียสละและความร่วมแรงร่วมใจจากหลายภาคส่วนพี่น้องในชุมชนเครือข่ายพันธมิตรเจ้าหน้าที่ทุกคนตลอดจนผู้สนับสนุนที่มองเห็นคุณค่าของการพัฒนาอย่างลึกซึ้งและยั่งยืนวันนี้เราอาจยังไม่ถึงเส้นชัยแต่เรากำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่มีความหมาย ในฐานะผู้อำนวยการขอแสดงความขอบคุณจากใจต่อทุกก้าวย่างที่ท่านได้เดินร่วมกับเราพร้อมขออธิษฐานให้การทำงานของเรายังคงหยั่งรากในความรักจากพระเจ้าความยุติธรรมและความหวังสืบต่อไป“เราจะยังคงปลูกป่าเพื่อปลูกชีวิตเติมศรัทธาให้หัวใจมั่นคงด้านอาหารที่ปลอดภัยและหลากหลายนำสู่วางรากฐานด้วยการออมทรัพย์เสริมสร้างสิทธิ์ให้ชุมชนยืนหยัดและสร้างอนาคตที่มั่นคง”
จำลอง ปอคำ ผู้อำนวยการมูลนิธิพัฒนาพื้นที่สูง/UHDF
เสียงจากชุมชน
“ดิฉัน ในนามตัวแทนเกษตรกรบ้านแม่ตาช้าง ลุ่มน้ำแม่ตาช้าง ขอขอบคุณ UHDF จากใจจริง ที่เข้ามาช่วยพวกเรา ไม่ได้แค่มาให้ความรู้ แต่มาอยู่ มาเดินไปกับชุมชนของเรา ตั้งแต่ UHDF เข้ามาทำงานกับชุมชน พวกเราได้ทำกิจกรรมหลายอย่างมาก ทั้งการตั้งกลุ่มออมทรัพย์ VSLA การอบรมอาชีพ การทำเกษตรที่ดีขึ้น การปลูกต้นไม้ ปลูกป่า ดูแลแหล่งน้ำ ทำให้ชุมชนเราได้เข้าร่วมกิจกรรมหลายอย่าง และตั้งแต่มีการทำกลุ่มออมทรัพย์ VSLA พวกเราเริ่มรู้จักเก็บออม รู้จักวางแผนใช้เงิน เวลามีใครเดือดร้อนก็ช่วยกันได้ ไม่ต้องไปกู้หนี้นอกระบบเหมือนเมื่อก่อน ชุมชนเราสนิทกันมากขึ้น มีความสามัคคีกันมากขึ้น นอกจากนี้ ชุมชนของเราได้ปลูกป่า ปลูกต้นไม้ ดูแลดิน ดูแลน้ำ ดูแลป่า พวกเราได้เรียนรู้ว่าป่าคือชีวิตของเรา ถ้าป่าอุดมสมบูรณ์ ชุมชนเราก็อยู่ได้อย่างมั่นคง พวกเราดีใจและภูมิใจที่ได้ร่วมลงมือทำ ไม่ได้เป็นแค่คนรับความช่วยเหลือ แต่เป็นคนลุกขึ้นมาพัฒนาชุมชนของตัวเอง
สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ UHDF และทุกคนที่สนับสนุนพวกเรา หวังว่าเราจะได้ร่วมกันดูแลชุมชนและลุ่มน้ำแม่ตาช้างของเราให้อยู่ดีไปนาน ๆ ”
ตัวแทนเกษตรกรบ้านแม่ตาช้าง ลุ่มน้ำแม่ตาช้าง
30 ปี แห่งการพัฒนา
มูลนิธิพัฒนาพื้นที่สูง/UHDF ได้สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ผ่านการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ การเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนด้วยกลุ่มออมทรัพย์ การส่งเสริมสิทธิของชุมชน และการทำงานร่วมกับคริสตจักรและเครือข่ายท้องถิ่น ส่งผลให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน.
3.5M
สถิติการปลูกต้นไม้
102
กลุ่มออมทรัพย์
VSLA
1,281
ครอบครัว
86
ร่วมมือกับคริสตจักร






































