สื่อวิดีโอเพื่อเผยแพร่การทำงานและเรื่องราวของชุมชน
นำเสนอการทำงานของ มูลนิธิพัฒนาพื้นที่สูง/UHDF รวมถึงเรื่องราว วิถีชีวิต และประสบการณ์ของชุมชนชาติพันธุ์ในพื้นที่ที่มูลนิธิฯ ทำงาน ผ่านภาพจริง เสียงจริง และเรื่องราวจากพื้นที่ เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจแนวทางการทำงานของ UHDF ในด้าน การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน การฟื้นฟูด้านความสัมพันธ์ และงานด้านสิทธิและเครือข่าย รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนแบบองค์รวม
ตลอด 30 ปี มูลนิธิพัฒนาพื้นที่สูง/UHDF ได้ทำงานร่วมกับชุมชนชาติพันธุ์ในพื้นที่สูง จากจุดเริ่มต้นเพียงไม่กี่ชุมชน สู่การขยายงานและสร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวมใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ การพัฒนาเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ สิทธิและความเข้มแข็งของชุมชน และการฟื้นฟูด้านจิตวิญญาณการทำงานทั้ง 4 ด้านมุ่งให้คน ชุมชน และธรรมชาติเติบโตไปด้วยกัน ผ่านความร่วมมือกับชุมชน ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างโอกาส พัฒนาคุณภาพชีวิต และเสริมความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จของมูลนิธิฯ จึงไม่ได้วัดเพียงจากจำนวนโครงการหรือพื้นที่ทำงาน แต่คือการได้เห็นชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถดูแลทรัพยากร สร้างความมั่นคง และก้าวไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน
วิดีโอนี้บันทึกการเดินทางตลอด 30 ปีของมูลนิธิพัฒนาพื้นที่สูง/UHDF ผ่านภาพกิจกรรมและเรื่องราวการทำงานร่วมกับชุมชนบนพื้นที่สูง สะท้อนบทบาทของมูลนิธิฯ ที่ไม่ได้เป็นเพียง “ผู้ให้ความช่วยเหลือ” แต่เป็น “ผู้ร่วมเดินทาง” ที่เติบโต เรียนรู้ และพัฒนาไปพร้อมกับชุมชน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน
เรื่องราวของ กลุ่มออมทรัพย์ VSLA บ้านแม่ตาช้าง ชุมชนที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ทั้งอาข่า ลาหู่ และไทใหญ่ ซึ่งอยู่ร่วมกันในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ตาช้าง กลุ่มออมทรัพย์เป็นกลไกสำคัญในการสร้างวินัยทางการเงินและความมั่นคงให้กับครอบครัว โดยสมาชิกออมเงินร่วมกันเป็นประจำทุกเดือน และสามารถกู้ยืมจากกองทุนเพื่อใช้ในยามจำเป็น ลงทุนประกอบอาชีพ หรือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน
ปัจจุบันกลุ่มดำเนินงานเข้าสู่ปีที่ 4 มีสมาชิกกว่า 20 คน สะท้อนถึงการร่วมมือ พึ่งพาตนเอง และเกื้อกูลกันของคนในชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงและพัฒนาคุณภาพชีวิตร่วมกัน
เรื่องราวของ ชุมชนบ้านห้วยม่วง ในการปรับเปลี่ยนจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวสู่การทำ แปลงวนเกษตร (Agroforestry) โดยผสมผสานไม้ยืนต้น พืชอาหาร และพืชเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน การทำวนเกษตรช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหาร ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาพืชเพียงชนิดเดียว พร้อมทั้งเป็นแนวทางที่ช่วยให้ครอบครัวมีรายได้ ควบคู่กับการดูแลและรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนในระยะยาว
เรื่องราวการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูงใน ลุ่มน้ำแม่ยางมิ้น จังหวัดเชียงราย โดย มูลนิธิพัฒนาพื้นที่สูง/UHDF ที่มุ่งเน้นการพัฒนาแบบองค์รวม ผ่านการเสริมความเข้มแข็งของชุมชนด้วย หลักสูตร 6 บท และกลุ่มออมทรัพย์ VSLA การจัดการทรัพยากรธรรมชาติผ่านเรือนเพาะชำและแปลงวนเกษตร รวมถึงการส่งเสริมอาชีพเสริม เช่น การเลี้ยงผึ้งโพรง และการทำ เกษตรหลังบ้าน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร
การพัฒนาขับเคลื่อนโดยความร่วมมือของคนในชุมชนและผู้นำคริสตจักร ซึ่งมีบทบาทในการเป็นแบบอย่างและเชื่อมโยงความเชื่อเข้ากับการดูแลผืนดิน การสร้างอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อก้าวไปสู่ชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืน
เรือนเพาะชำ: เรียนรู้การดูแลผืนป่า
มูลนิธิพัฒนาพื้นที่สูง/UHDF ร่วมกับ โรงเรียนเวียงป่าวิทยาคม ส่งเสริมการจัดทำเรือนเพาะชำให้เป็นพื้นที่เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้การเพาะและดูแลกล้าไม้ด้วยตนเอง นอกจากการผลิตกล้าไม้แล้ว เรือนเพาะชำยังช่วยให้เยาวชนเข้าใจคุณค่าของผืนป่า และมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูและดูแลทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน เพื่อสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ที่ตระหนักและพร้อมมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม
เรื่องราวของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ต้นน้ำแม่นาวาง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ร่วมกันปรับเปลี่ยนจากข้อจำกัดด้านที่ดินทำกิน สู่การทำ วนเกษตร (Agroforestry) ที่ผสานการสร้างอาชีพเข้ากับการดูแลรักษาป่าอย่างสมดุล
เกษตรกรปลูกกาแฟร่วมกับไม้ใหญ่ในป่า และเสริมด้วยพืชเศรษฐกิจ เช่น ชาและมะคาเดเมีย ช่วยเพิ่มความหลากหลายของพืช สร้างรายได้ และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาพืชเพียงชนิดเดียว โดยได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิพัฒนาพื้นที่สูง/UHDF ทั้งด้านการอบรม ระบบน้ำ และการบริหารจัดการกลุ่ม
การทำวนเกษตรจึงไม่เพียงช่วยสร้างรายได้และความมั่นคงให้กับครอบครัว แต่ยังส่งเสริมการดูแลผืนป่าและการป้องกันไฟป่า สะท้อนแนวทางการพัฒนาที่ทำให้ คนมีอาชีพ ธรรมชาติมีความสมบูรณ์ และชุมชนก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน
เรื่องราวของ “ข้าวปุ๊ก” อาหารพื้นเมืองสำคัญของชาวลาหู่ ที่สะท้อนถึงความสุข ความสามัคคี และการแบ่งปัน ข้าวปุ๊กเป็นอาหารที่อยู่คู่กับเทศกาลสำคัญ โดยเฉพาะ ปีใหม่ลาหู่และเทศกาลคริสต์มาส
การทำข้าวปุ๊กเริ่มจากการนำข้าวเหนียวนึ่งใหม่มาตำในครกไม้ โดยคนในชุมชนทุกช่วงวัยร่วมแรงร่วมใจกัน ก่อนนำมาคลุกเคล้ากับน้ำตาล งา และมะพร้าวขูด ในช่วงคริสต์มาส ข้าวปุ๊กยังเป็น “อาหารแห่งการให้” ที่นำมาแบ่งปันแก่คณะผู้ร้องเพลง Christmas Carol สะท้อนถึงความรัก ความสัมพันธ์ และน้ำใจของคนในชุมชน
ข้าวปุ๊กจึงไม่ใช่เพียงอาหาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่คนในชุมชนร่วมกันสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
เรื่องราวของ บ้านห้วยส้าน ชุมชนเล็ก ๆ ในตำบลแม่นาวาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่รอยต่อระหว่างเชียงใหม่และเชียงราย ทำให้ชุมชนเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานและบริการจากภาครัฐ โดยเฉพาะด้านถนน การเดินทาง และสาธารณูปโภค
แม้ต้องเผชิญกับความห่างไกลและข้อจำกัดด้านพื้นที่ ชาวบ้านยังคงร่วมมือกันพัฒนาชุมชน พึ่งพาตนเอง และใช้ภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาในการจัดการทรัพยากร โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งน้ำ
เรื่องราวของบ้านห้วยส้านสะท้อน เสียงของชุมชนที่ต้องการโอกาสและการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม และแสดงให้เห็นถึงพลังของผู้คนในชุมชนที่ยังคงมีความหวังและพร้อมร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีขึ้น
![]()
